ศักยภาพอุตสาหกรรมของไทยอยู่ในอันดับ 35 ของโลกจาก 64 ประเทศ (อันดับที่ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน) โดยมี 7 อุตสาหกรรมที่ติดอันดับ 15 อันดับแรกของโลก ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์กลั่นน้ำมันปิโตรเลียมและถ่านโค้ก อุตสาหกรรมพลาสติกและยาง อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่มและอาหาร ธุรกิจเกี่ยวกับศิลปะ ธุรกิจดูแลสุขภาพ บันเทิงและสันทนาการ อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและสิ่งทอ ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ในทางกลับกัน มีอุตสาหกรรมที่ต้องการการพัฒนาแบบเร่งด่วน ตัวอย่างเช่น สารสนเทศและการสื่อสาร การศึกษา การก่อสร้าง บทความนี้จะพูดถึงศักยภาพอุตสาหกรรมในไทยว่าเป็นอย่างไร
อุตสาหกรรมไทยมีศักยภาพอย่างไรที่นำไปสู่ระดับโลกได้
เมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียแปซิฟิก อุตสาหกรรมไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ของภูมิภาค (จาก 13 ประเทศ) ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมยางและพลาสติก ธุรกิจดูแลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม มีหลายอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันต่ำกว่าประเทศอื่นที่อยู่ในภูมิภาค
สำหรับอาเซียนมีหลายประเทศที่มีศักยภาพโดดเด่นติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก เช่น อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและสิ่งทอในเวียดนาม กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินและอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ในสิงค์โปร อุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในอินโดนีเซีย ขณะที่ประเทศนอกอาเซียน เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง และไต้หวัน จะโดดเด่นเรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์ คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร และอิเล็กทรอนิกส์ ตามลำดับ
หากมองในแง่บวก ช่องว่างความสามารถการแข่งขันของไทยกับประเทศเหล่านี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมไทยในการใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงทางการค้าและเศรษฐกิจจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปรับปรุงข้อบกพร่อง เพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถทางอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมไทยมีความเชี่ยวชาญเรื่องอะไร
เมื่อพิจารณาดัชนีศักยภาพอุตสาหกรรม พบว่า อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในประเทศไทยเชี่ยวชาญด้านการผลิตสินค้าและบริการ สามารถส่งออกสินค้าที่ตรงกับที่ตลาดโลกต้องการ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมของไทยสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผลิตสินค้าไม่มากเท่าใดนัก ตัวอย่างเช่น กิจการศิลปะบันเทิงและนันทนาการ อุตสาหกรรมยางและพลาสติก เป็นต้น
สะท้อนให้เห็นว่าแม้ประเทศไทยจะมีทรัพยากรที่ดีและมีบทบาทสูงในตลาดการผลิตและการค้าของโลก แต่ผลตอบแทนจริงต่อแรงงานภาคอุตสาหกรรมและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศจะสร้างมูลค่าเพิ่มสูงไม่มากนัก ทำให้การสะสมทุนต่ำและความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีจะถูกจำกัด ปัจจัยที่กล่าวยังคงสร้างแรงกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทยต่อไป
จากบทความนี้จะทำให้เห็นถึงศักยภาพอุตสาหกรรมของประเทศไทยสู่ระดับโลกซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนทำให้กลายเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก โดยภาคอุตสาหกรรมนั้นประกอบไปด้วยคนมีความสามารถ จึงทำให้อุตสาหกรรมไทยมีแนวโน้มที่จะสามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ และหากปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว ในอนาคตจะทำให้สินค้าทางอุตสาหกรรมของไทยเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากขึ้น
