Construction Industry News Industrial อุตสาหกรรมถุงมือยาง 

อุตสาหกรรมถุงมือยาง 

สำหรับประเทศไทยแล้ว ยางพาราเป็นวัตถุดิบส่งออกอันดับหนึ่งที่ครองตลาดโลก นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 และถึงแม้ว่าช่วงหลังการแปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์จะมีสัดส่วนที่ไม่สมดุล  ซึ่งมาจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ทั้งอุปสงค์และอุปทานที่ไม่ได้สัดส่วน  ทำให้เกษตรกรสวนยางต้องรับต้นทุน เนื่องจากราคายางมีการผันผวนอยู่เนืองๆ แต่อุตสาหกรรมยางพาราในประเทศจึงเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่ามหาศาล  ซึ่งอนาคตยางพาราจะยังถูกจับตามอง เพราะเป็นเศรษฐกิจส่งออกของประเทศที่สำคัญ ขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมยางพาราก็มีอยู่หลากหลาย วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับอุตสาหกรรมถุงมือยางกันเลย

อุตสาหกรรมถุงมือยาง

การผลิตถุงมือยางในประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่ต้องนำเข้าเพื่อการบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับคุณภาพของถุงมือยางในประเทศยังไม่เป็นที่ยอมรับเท่ากับถุงมือยางที่ผลิตจากต่างประเทศ  ต่อมารัฐบาลให้การสบับสนุนลงทุนอุตสาหกรรมถุงมือยาง จึงมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะจากประเทศมาเลเซีย และได้นำเทคโนโลยีการผลิตถุงมือยางเข้ามาด้วย ส่งผลให้ปี พ.ศ. 2529 เป็นต้นมา  ประเทศไทยสามารถผลิตถุงมือยางเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้มากขึ้น ประกอบกับมีความต้องการของตลาดต่างประเทศสูงขึ้นมาก สาเหตุมาจากปัญหาโรคเอดส์เริ่มระบาด จึงส่งผลดีต่อการส่งออก

วัตถุดิบ

วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตถุงมือยาง คือ น้ำยางข้น  ในช่วงระยะเวลา 4 ถึง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาของน้ำยางข้นก็ยังคงผันผวน ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 มีการเปลี่ยนวัตถุดิบในการผลิตจากยางพาราเป็นยางสังเคราะห์ และในปี พ.ศ. 2552 มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดโดยมีการใช้ยางสังเคราะห์เป็นวัตถุดิบในการผลิตกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากราคายางพาราที่ราคาแพงมากเกินไป โรงงานผลิตจึงต้องปรับสูตรในการผลิตใหม่ แต่ยังคงใช้เครื่องจักรในการผลิตเหมือนเดิม  และหากว่าราคายางพาราเพิ่มราคาสูงขึ้นไปอีก  จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมถุงมือยางเป็นอย่างมาก  และในปี พ.ศ. 2553 ราคาน้ำยางข้นที่ตลาดกรุงเทพมหานคร  77.98 บาท

การผลิต

อุตสาหกรรมถุงมือยาง เป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้ผลิตจำนวนมากราย และร้อยละ 90 ของการผลิตเป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการรับจ้างผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า  และในปัจจุบันมีโรงงานผลิตถุงมือยางประมาณ 20 โรงงานทั่วประเทศไทย ผู้ผลิตถุงมือยาง สามารถแบ่งกลุ่มการผลิตได้เป็น 2 กลุ่ม คือ โรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการลงทุนโดยบริษัทข้ามชาติ ที่ต้องใช้เงินในการลงทุนจำนวนสูง และโรงงานขนาดย่อมและขนาดกลาง ซึ่งเป็นกิจการที่ลงทุนโดยคนไทยหรือเป็นการร่วมทุนกับชาวต่างชาติ เช่น ประเทศไต้หวัน มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง เป็นต้น

Related Post

เครื่องกวาดพื้น

เคล็ดลับเลือกเครื่องกวาดพื้นให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานเคล็ดลับเลือกเครื่องกวาดพื้นให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน

การทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน สำนักงาน หรือโกดังสินค้า จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับเศษฝุ่น เศษขยะ และสิ่งสกปรกอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้งานทำความสะอาดง่ายขึ้นคือ เครื่องกวาดพื้น แต่การเลือกเครื่องกวาดพื้นที่เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย บทความนี้จะมาแนะนำเคล็ดลับในการเลือกเครื่องกวาดพื้นให้ตอบโจทย์มากที่สุด ทำไมต้องเลือกเครื่องกวาดพื้นที่เหมาะสม? การเลือกเครื่องกวาดพื้นที่ไม่ถูกต้องจะทำให้งานทำความสะอาดไม่ได้ผลเท่าที่ควร ใช้เวลานานขึ้น และอาจทำให้งบประมาณบานปลายได้ เพราะฉะนั้นการเลือกเครื่องกวาดพื้นที่เหมาะสมกับลักษณะของพื้นที่และประเภทสิ่งสกปรก จะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน เคล็ดลับเลือกเครื่องกวาดพื้นที่ต้องรู้ 1. พิจารณาขนาดและประเภทของพื้นที่ 2. ประเภทของสิ่งสกปรกที่ต้องการกำจัด 3. ระบบกรองฝุ่นที่มีประสิทธิภาพ 4. ความสะดวกในการใช้งานและบำรุงรักษา 5. งบประมาณและความคุ้มค่า สรุป การเลือก เครื่องกวาดพื้น

เครื่องวัด Flow meter

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการวัดการไหลของเครื่องวัด Flow meter มีอะไรบ้างปัจจัยที่ส่งผลต่อการวัดการไหลของเครื่องวัด Flow meter มีอะไรบ้าง

วันนี้ PICO จะมาอธิบายเกี่ยวกับ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการวัดการไหลของเครื่องวัด Flow meter ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่เวลาที่เราใช้งานเครื่องวัด flow meter เราจะสามารถวิเคราะห์ และ คำนวณผลได้อย่างแม่นยำ ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ มีดังนี้  อุณหภูมิ (Temperature)  อย่างแรกเลยคือ อุณหภูมิ เพราะผลจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของของไหล ซึ่งเกิดมาจากการแลกเปลี่ยนความร้อน หรือความเย็นในขณะเคลื่อนที่นั้น จะมีผลทำให้ค่าความหนืด ความหนาแน่น หรือตัวแปรอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในของไหลที่มีสถานะเป็นของเหลว Liquid

สายใยเชือก3

เจาะลึกความแตกต่างระหว่างสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์เพื่อการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งเจาะลึกความแตกต่างระหว่างสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์เพื่อการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง

วิเคราะห์สายใยเชือกธรรมชาติ-สังเคราะห์ เพื่อการเรียนรู้ สายใยเชือกเป็นวัสดุสำคัญที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเกษตร การก่อสร้าง ไปจนถึงงานศิลปะและเทคนิคต่างๆ การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์จึงมีความสำคัญต่อการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้และการใช้งานในเชิงเทคนิคอย่างลึกซึ้ง โครงสร้างและแหล่งที่มาของสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์ สายใยเชือกธรรมชาติมักผลิตจากวัสดุที่ได้จากพืชหรือสัตว์ เช่น ป่าน กระเจี๊ยบ ใยกัญชง หรือเส้นใยจากสัตว์อย่างขนแกะ ในขณะที่สายใยเชือกสังเคราะห์ได้จากกระบวนการเคมี โดยใช้โพลิเมอร์เช่น โพลีเอสเตอร์ ไนลอน หรือโพรพิลีน สายใยเชือกธรรมชาติมีโครงสร้างเส้นใยที่ประกอบด้วยเซลลูโลสและลิกนิน ซึ่งให้ความทนทานและความยืดหยุ่นในระดับหนึ่ง ส่วนสายใยเชือกสังเคราะห์ถูกออกแบบให้มีความเหนียวและทนทานต่อแรงดึงสูง โดยสามารถปรับคุณสมบัติผ่านกระบวนการผลิตได้หลากหลายตามวัตถุประสงค์ คุณสมบัติทางกายภาพและเคมีที่สร้างความแตกต่างในการใช้งาน ความแตกต่างด้านกายภาพของสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์มีผลต่อการเลือกใช้ในงานที่ต้องการความเฉพาะเจาะจง สายใยเชือกธรรมชาติมีความสามารถในการดูดซับน้ำได้ดี ทำให้ใช้งานในงานที่ต้องระบายอากาศหรือความชื้นได้อย่างเหมาะสม ในทางกลับกันสายใยเชือกสังเคราะห์มีความต้านทานต่อน้ำและสารเคมีสูงกว่า ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่สัมผัสน้ำหรือสารเคมีบ่อยครั้ง ในแง่ของแรงดึงและความเหนียว