Construction Industry News Industrial เครื่องมือและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในโรงงาน

เครื่องมือและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในโรงงาน

ในโรงงานอุตสาหกรรม มีทั้งแรงงานคน และแรงงานเครื่องจักร ซึ่งทุกโรงงานจะต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่าง ความร้อน อนุภาคและสารเคมี และเสียง ที่จะต้องปลอดภัยกับคนทำงานรวมถึงสภาพแวดล้อมภายนอกด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมโรงงานอุตสาหกรรมถึงต้องตั้งอยู่นอกพื้นที่ชุมชน นอกจากมาตรฐานของโรงงานแล้ว การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยภายในสถานที่ประกอบการ เป็นมาตรการที่สามารถช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุให้แก่ผู้ปฏิบัติงานได้ด้วย มาดูกันว่ามีเครื่องมือและอุปกรณ์อะไรบ้าง

  1. หมวกป้องกันศีรษะ ทำมาจากวัสดุที่มีความหลากหลายแตกต่างกัน มีคุณสมบัติแข็งแรงและสามารถป้องกันแรงกระแทกได้ ใช้สำหรับการปฏิบัติงานในงานโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท เพื่อป้องกันศีรษะจากการถูกชน กระทบหรือกระแทกโดยวัตถุที่ตกมาจากที่สูง
  2. แว่นนิรภัย ตาของเราเป็นส่วนที่สำคัญ ในโรงงานมักจะมีการผลิตที่ต้องมีสารเคมีหรือวัตถุต่างๆ ดังนั้นให้มีการสวมแว่นนิรภัยที่ขึ้นจากกระจกนิรภัยหรือพลาสติก มีคุณสมบัติในการป้องกันสารเคมีและวัสดุแปลกปลอมกระเด็นเข้าดวงตาในขณะที่กำลังปฏิบัติงาน ซึ่งอาจส่งผลเสียแก่ดวงตาอย่างรุนแรงจนถึงขั้นตาบอดได้ แว่นตานิรภัยจึงได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในวงการอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ งานอุตสาหกรรมงานเครื่องมือ เครื่องจักรกล งานไม้ งานเชื่อมไฟฟ้า หรืองานเชื่อมแก็ส เป็นต้น
  3. ชุดป้องกันสารเคมี ขึ้นชื่อว่าเป็นสารเคมี ก็แน่นอนว่าจะเป็นอันตรายกับเราอย่างแน่นอน โดยชุดป้องกันสารเคมี มีคุณสมบัติในการป้องกันร่างกายส่วนต่างๆของผู้ปฏิบัติงานจากความเป็นกรด สำหรับในกรณีที่ต้องดำเนินงานในพื้นที่ที่มีค่าความเป็นกรดสูง โดยการสวมใส่ชุดป้องกันสารเคมีดังกล่าวได้ถูกแบ่งระดับความรุนแรงของสารเคมีไว้ตามเกณฑ์ที่ถูกกำหนดจากสำนักบริหารการป้องสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ระดับความรุนแรงตั้งแต่ขั้น A B C และ D
  4. หน้ากากกรองฝุ่นละออง มีคุณสมบัติในการป้องกันลมหายใจของผู้ปฏิบัติงานจากฝุ่นละอองที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพได้ โดยหน้ากากกรองฝุ่นละอองมีคุณภาพต่างกันไปตามชนิดของไส้กรอง ผู้ปฏิบัติงานสามารถเลือกนำไปใช้ให้เหมาะสมกับงานได้หลากหลายประเภท ตัวอย่างเช่น ใช้สำหรับการกรอง ควัน ฝุ่น ฟูมโลหะ หรือการกรองก๊าซไอระเหยที่แขวนในอากาศ เป็นต้น
  5. อุปกรณ์ป้องกันหู มีคุณสมบัติในการป้องกันหูจากเสียง ที่มีค่าความดังเกินกว่ามาตรฐานที่หูมนุษย์สามารถรับได้ ใช้สำหรับการทำงานกับเครื่องจักรกล ตัวอย่างเช่นเครื่องเจาะปูน เครื่องจักรกลอัตโนมัติ เครื่องถลุงเหล็ก และเครื่องปาดคอนกรีตที่มีขนาดใหญ่ เป็นต้น
  6. ถุงมือนิรภัย ทำขึ้นมาจากวัสดุหนังต่างๆ ได้แก่ หนังวัว หนังกวาง หนังหมู และหนังแพะ มีคุณสมบัติในการป้องกันผิวหนังบริเวณมือขณะปฏิบัติงานจากการบาดคม ความร้อน การเสียดสี ความสกปรก และการกระแทกสะเก็ดไฟ โดยถุงมือนิรภัยมีให้เลือกใช้ได้หลายประเภทแตกต่างกันไปตามรูปแบบของการทำงาน

ใครที่ทำงานโรงงานก็อย่าลืมหาเครื่องมือและอุปกรณ์เหล่านี้ไปสวมใส่ขณะทำงาน เพื่อป้องกันอันตรายจากการทำงานที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นั่นเอง 

Related Post

สายใยเชือก3

เจาะลึกความแตกต่างระหว่างสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์เพื่อการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งเจาะลึกความแตกต่างระหว่างสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์เพื่อการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง

วิเคราะห์สายใยเชือกธรรมชาติ-สังเคราะห์ เพื่อการเรียนรู้ สายใยเชือกเป็นวัสดุสำคัญที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเกษตร การก่อสร้าง ไปจนถึงงานศิลปะและเทคนิคต่างๆ การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์จึงมีความสำคัญต่อการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้และการใช้งานในเชิงเทคนิคอย่างลึกซึ้ง โครงสร้างและแหล่งที่มาของสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์ สายใยเชือกธรรมชาติมักผลิตจากวัสดุที่ได้จากพืชหรือสัตว์ เช่น ป่าน กระเจี๊ยบ ใยกัญชง หรือเส้นใยจากสัตว์อย่างขนแกะ ในขณะที่สายใยเชือกสังเคราะห์ได้จากกระบวนการเคมี โดยใช้โพลิเมอร์เช่น โพลีเอสเตอร์ ไนลอน หรือโพรพิลีน สายใยเชือกธรรมชาติมีโครงสร้างเส้นใยที่ประกอบด้วยเซลลูโลสและลิกนิน ซึ่งให้ความทนทานและความยืดหยุ่นในระดับหนึ่ง ส่วนสายใยเชือกสังเคราะห์ถูกออกแบบให้มีความเหนียวและทนทานต่อแรงดึงสูง โดยสามารถปรับคุณสมบัติผ่านกระบวนการผลิตได้หลากหลายตามวัตถุประสงค์ คุณสมบัติทางกายภาพและเคมีที่สร้างความแตกต่างในการใช้งาน ความแตกต่างด้านกายภาพของสายใยเชือกธรรมชาติและสังเคราะห์มีผลต่อการเลือกใช้ในงานที่ต้องการความเฉพาะเจาะจง สายใยเชือกธรรมชาติมีความสามารถในการดูดซับน้ำได้ดี ทำให้ใช้งานในงานที่ต้องระบายอากาศหรือความชื้นได้อย่างเหมาะสม ในทางกลับกันสายใยเชือกสังเคราะห์มีความต้านทานต่อน้ำและสารเคมีสูงกว่า ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่สัมผัสน้ำหรือสารเคมีบ่อยครั้ง ในแง่ของแรงดึงและความเหนียว

Tertiary industry

ทำความรู้จักกับ อุตสาหกรรมตติยภูมิ เน้นการบริการเป็นหลักทำความรู้จักกับ อุตสาหกรรมตติยภูมิ เน้นการบริการเป็นหลัก

อุตสาหกรรมตติยภูมิ ครอบคลุมธุรกิจต่าง ๆ ทำหน้าที่ดูแลกระบวนการตั้งแต่การดูแลสุขภาพ และสถาบันการเงินไปจนถึงโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ภาคบริการของเศรษฐกิจมุ่งเน้นไปที่การบริการเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น…การค้าส่งและการค้าปลีกมีความเกี่ยวข้องกับการขนส่ง การกระจาย และการขายสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค ในบางอุตสาหกรรม เช่น… ร้านอาหาร สินค้าจะถูกแปรรูปในกระบวนการให้บริการ อย่างไรก็ตาม มุ่งเน้นไปที่การให้บริการผู้คนแทนการเปลี่ยนสินค้าทางกายภาพ ภาคส่วนนี้สามารถแบ่งออกได้กว้าง ๆ ทั้งส่วนที่สร้างกำไรและไม่ทำกำไร 1. บริการทางการเงิน บริการทางการเงิน เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เกิดสภาพคล่องและการไหลเวียนของเงินทุนอย่างอิสระในตลาด เมื่อภาคการเงินทำงานได้ดี เศรษฐกิจก็เติบโต และธุรกิจต่าง ๆ ก็สามารถจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น เศรษฐกิจส่วนนี้ประกอบด้วยบริษัทการเงินต่าง ๆ

โครงสร้างของงานก่อสร้าง

งานอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีโครงสร้างเป็นอย่างไรงานอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีโครงสร้างเป็นอย่างไร

การสร้างอาคารหรือสิ่งก่อสร้างใดก็ตามในโครงการล้วนต้องอาศัยความรู้หลายด้านประกอบด้วยกันซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้รับเหมาจำเป็นต้องรู้ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนและวิธีก่อสร้าง เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ออกแบบโดยสถาปนิกและดำเนินการภายใต้การควบคุมของวิศวกร บทความนี้จะมากล่าวถึงที่มาหรือโครงสร้างของงานก่อสร้างให้ทุกคนรู้จัก โครงสร้างและที่มาของงานก่อสร้าง ที่มางานก่อสร้างจะมีอยู่ 3 แหล่งที่แบ่งได้ นั่นคือ งานภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ และงานภาคเอกชน แต่ละแหล่งจะมีการแบ่งแยกย่อยออกเป็นส่วนต่าง ๆ ซึ่งก็มีจุดประสงค์ของการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปตามความต้องการของผู้สร้าง ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนล้วนทำให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์มีความสะดวกและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองหรือชนบทได้ดียิ่งกว่าเดิม อีกทั้งช่วยให้เศรษฐกิจเกิดความก้าวหน้า โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาต่างก็ต้องการความรู้ด้านงานก่อสร้างเพื่อที่จะสามารถสร้างอาคารได้เองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งแรงงานต่างชาติ ประหยัดค่าลงทุนได้ดี การแบ่งประเภทโครงสร้างงานก่อสร้างตามแหล่งที่มา สำหรับโครงสร้างงานก่อสร้างที่แบ่งตามแหล่งที่มานั้นจะเป็นประเภทย่อยของงานภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ และงานเอกชน โดยสามารถกล่าวได้ดังต่อไปนี้ งานราชการ  เป็นงานเกี่ยวกับสาธารณูปโภคที่ไม่ได้หากำไร เน้นการทำเพื่อส่วนรวมเป็นหลัก