Construction Industry News Industrial อุตสาหกรรมสีเขียว

อุตสาหกรรมสีเขียว

ประเทศไทยมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ตามที่ได้ให้สัตยาบันรับรองปฏิญญาโจฮันเนสเบิร์กว่าด้วยการพัฒนาอันยั่งยืน (Johannesburg Declaration on Sustainable Development – JDSD) เมื่อปี พ.ศ. 2545 และปฏิญญามะนิลาว่าด้วยอุตสาหกรรมสีเขียว (Manila Declaration) เมื่อปี พ.ศ. 2552 กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยดำเนินการในเชิงรุกมุ่งเน้นในการส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน

การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทยในอดีตมุ่งเน้นการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสังคมไทยยังคงเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ จากการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนยังมีข้อจำกัด ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาประเทศอย่างไม่สมดุลอาจกล่าวได้ว่า การมุ่งเน้นการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในเชิงเศรษฐกิจเพียงมิติเดียว ไม่สามารถก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้น โดยเร่งพัฒนาและยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมในมิติอื่นๆ อันประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมในมิติเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมในมิติเชิงพัฒนาสังคม และอุตสาหกรรมในมิติเชิงสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเนื่องจากการพัฒนาอุตสาหกรรมทั้ง 4 มิตินี้ มีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยง และเกื้อหนุนกัน ดังนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมจำเป็นต้องบูรณาการให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมในภาพรวม ตลอดจนเชื่อมโยงเข้ากับการพัฒนาในมิติอื่นๆ ของประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน

โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ของประเทศไทยเป็นการริเริ่มหลังการประชุม Green Industry ขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Industrial Development OrganizationUNIDO) ซึ่งเป็นองค์การที่จัดตั้งขึ้นตามมติของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เพื่อให้มีการนำมาปฏิบัติในภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้เป็นรูปธรรม กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินการ 2 ประเด็น ดังนี้

1) กำหนดแนวทางและจัดทำอุตสาหกรรมสีเขียวให้เป็นรูปธรรมและสามารถดำเนินการได้อย่างเป็น

ขั้นตอนในแบบฉบับไทยๆ ภายใต้ 2 แนวคิดหลัก คือ การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)

2) บูรณาการโครงการที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของทุกหน่วยงานภายในกระทรวงอุตสาหกรรมมารวมอยู่

ภายใต้ร่มเงาใหญ่ของโครงการอุตสาหกรรมสีเขียว

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ส่งเสริมให้สถานประกอบการทั่วประเทศใส่ใจในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวใน 5 ระดับ ได้แก่

ระดับที่ 1 ความมุ่งมั่นสีเขียว (Green Commitment) คือ การแสดงความมุ่งมั่นในรูปแบบของนโยบายเป้าหมายและแผนงานที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีการสื่อสารภายในองค์กรให้ทราบโดยทั่วกัน

ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity) คือ การดำเนินกิจกรรมตามนโยบาย เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและสำเร็จตามความมุ่งมั่นที่ตั้งไว้

ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) คือ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการติดตามประเมินผลและทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหรือการได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมอันเป็นที่ยอมรับ หรือได้รับการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมต่างๆ

ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) คือ การที่ทุกคนในองค์กรมีจิตสำนึกร่วมกันในการสงวนและรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดีและให้ความร่วมมือร่วมใจในทุกด้านของการประกอบกิจการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและดำเนินการต่างๆจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร

ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) คือ การขยายขอบเขตของการเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวจากภายในองค์กรเองออกสู่ภายนอก ตลอดโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยสนับสนุนให้คู่ค้าและพันธมิตรเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวด้วย

Related Post

ห้องคลีนรูม

รู้หรือไม่ ห้องคลีนรูม (Clean Room) ในโรงงานอุตสาหกรรม มีกี่ชนิด อะไรบ้างรู้หรือไม่ ห้องคลีนรูม (Clean Room) ในโรงงานอุตสาหกรรม มีกี่ชนิด อะไรบ้าง

ในการทำโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าต่าง ๆ นั้น เรื่องของความสะอาดถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และมองข้ามไม่ได้เลย จึงทำให้ต้องมี ห้องคลีนรูม (Clean Room) เข้ามามีส่วนสำคัญในการควบคุมมาตรฐานความสะอาดของโรงงานให้อยู่ในระดับที่สูงด้วย แต่ทั้งนี้หลาย ๆ คนก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่า ห้องคลีนรูม (Clean Room) คืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร หรือมีกี่ประเภท ในบทความนี้จะมาบอกให้ได้ทราบกัน ห้องคลีนรูม (Clean Room) คืออะไร ห้องคลีนรูม (Clean Room) คือ ห้องที่จะต้องปลอดเชื้อ โดยจะทำการควบคุมปริมาณของอนุภาคฝุ่นละอองไม่ให้เกินกว่าที่กำหนดเอาไว้

เครื่องมือช่างที่ต้องมีติดบ้าน

5 เครื่องมือช่างที่ต้องมีติดบ้าน5 เครื่องมือช่างที่ต้องมีติดบ้าน

สำหรับใครที่เป็นคนดูแลบ้าน คงคิดเหมือนกันใช่ไหมว่าภาระการดูแลบ้านนั้นต่างไม่รู้จบ ในแต่ละวันต้องคอยเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในบ้านหลายต่อหลายอย่างด้วยกัน เมื่อไปเดินตามห้างสรรพสินค้า เราจะเห็นว่ามีเครื่องใช้ช่างจำนวนมาก แต่การซื้อเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับช่าง จะเลือกสิ่งใดดี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเครื่องมือช่างที่ต้องมีติดบ้านมีดังต่อไปนี้ 1. ค้อน สำหรับเครื่องมือเครื่องใช้ที่ต้องมีติดบ้านทุกบ้านก็คือค้อนนั่นเอง ค้อนคือเครื่องมือในการตอกตะปู นอกจากนี้ยังใช้ในการตอกสิ่งกีดขวาง ตอกหลักต่างๆ ในบ้านได้ บางครั้งอาจใช้มาทุบทำลายอะไรก็ได้เช่นกัน ซึ่งค้อนที่ดีจะต้องมีน้ำหนักที่บริเวณหัว ตอกแล้วให้ความหนักแน่นมั่นคง หากว่าใครที่เคยซื้อค้อนราคาถูก คงจะรู้ว่าเป็นค้อนที่ไม่มีคุณภาพ ไม่สามารถตอกลงน้ำหนักได้ 2. ไขควง อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับบ้านเรือนก็คือไขควงนั่นเอง การใช้ไขควงนั้นมักจะใช้ในการติดตั้งเครื่องเรือนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเรือนที่สั่งจากอินเตอร์เน็ต ตู้หนังสือจากอิเกีย โดยไขควงจะช่วยในการขันน็อตและอุปกรณ์ต่างๆ ให้แน่นหนามากยิ่งขึ้น

ชิลเลอร์ราคา

อุปกรณ์ที่สำคัญในชิลเลอร์ มีอะไรบ้าง ทำงานอย่างไรอุปกรณ์ที่สำคัญในชิลเลอร์ มีอะไรบ้าง ทำงานอย่างไร

เครื่องชิลเลอร์หรือเครื่องทำความเย็น เราอาจไม่ค่อยเห็นบ่อยเท่าไหร่ เพราะถ้าเป็นเครื่องทำความเย็น คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับแอร์เป็นหลัก แต่พอเป็นเครื่องทำความเย็นหรือชิลเลอร์ ส่วนใหญ่จะเห็นในโรงงานอุตสาหกรรม หรือไม่ก็เป็นห้างสรรพสินค้า ที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศจำนวนมาก จึงต้องใช้ ชิลเลอร์ราคา ที่มีขนาดใหญ่กว่าและราคาสูงกว่าโดยเครื่องชิลเลอร์ที่ว่านี้ จะมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งหน้าที่การทำงานก็เหมือนกัน เพียงแต่ว่าใช้งานในพื้นที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราจะมาดูกันก่อนว่าอุปกรณ์หลักในตัวชิลเลอร์มีอะไรบ้าง และแต่ละตัวทำงานอย่างไร อุปกรณ์หลักที่ต้องมีในเครื่องชิลเลอร์ 1.คอมเพรสเซอร์ ทำหน้าที่ในการดูดและเพิ่มแรงดันให้กับสารทำความเย็น ซึ่งจะรับต่อมาจากตัวอีเวเปอเรเตอร์  ที่อยู๋ในสถานะเป็นก๊าซและเป็นไอ เข้ามายังใบพัดของตัวคอมเพรสเซอร์ และทำการอัดเพื่อให้แรงดังสูงขึ้นทำให้ไอและก๊าซเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งตัวคอมเพรสเซอร์ที่ใช้ในปัจจุบันจะมีหลายชนิดกัน จะแตกต่างกันที่รปแบบของลูกสูบ ผู้ใช้ก็ต้องเข้าใจข้อดีข้อเสียของตัวคอมเพรสเซอร์แต่ละแบบก่อนเช่นกัน 2.คอนเดนเซอร์ หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นตัวระบายความร้อนก็ได้ หน้าที่ก็คือระบายความร้อนให้กับสารหล่อเย็นที่มาจากตัวคอมเพรสเซอร์ จากนั้นก็จะผ่านการทำให้เกิดการควบแน่น